ประวัติและความเป็นมาของคุกบางขวาง

History and history of Bang Khwang prison

เรือนจำกลางบางขวาง เป็นเรือนจำสุดโหดใช้สำหรับคุมขังนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ ซึ่งอยู่ในความดูแลของกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ผู้ที่โดนจับมาอยู่คุกนี้มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป จนถึงโทษประหารชีวิต เรือนจำบางขวาง ตั้งอยู่ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี อยู่ติดกับวัดบางแพรกใต้

เรือนจำกลางบางขวาง ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2476 ล้อมด้วยกำแพงสูงขนาด 6 เมตร พร้อมรั้วไฟฟ้าแรงสูง มีหอคอยพร้อมด้วยพลแม่นปืนเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อมีการเปลี่ยนโทษจากการตัดคอเป็นการยิงเป้า ตั้งแต่ พ.ศ. 2478 ก็ใช้สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่สำหรับประหารตลอดมา จนถึงปัจจุบัน มีนักโทษถูกประหารชีวิตไปแล้ว 319 ราย  เป็นนักโทษชาย 316 ราย นักโทษหญิง 3 ราย ปัจจุบันการประหารชีวิตเปลี่ยนมาใช้วิธีฉีดยาพิษเข้าสู่ร่างกาย แต่ก็ไม่อาจทำให้ความน่ากลัวของสถานที่แห่งนี้ลดน้อยลง นอกจากนี้เรือนจำบางขวางยังถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 10 ของคุกที่โหดที่สุดในโลกอีกด้วย

สำหรับขั้นตอนการประหารชีวิต ทางเรือนจำจะนำตัวนักโทษประหารออกมาก่อนเวลาประหารประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อจะได้มีเวลาสำหรับการเขียนพินัยกรรมหรือโทรศัพท์สั่งเสียญาติอันเป็นที่รัก จากนั้นผู้คุมก็จะนำอาหารมื้อสุดท้ายมาให้รับประทาน และนำนักโทษไปฟังพระเทศน์เพื่อให้จิตใจผ่อนคลาย มีความสงบ  แล้วจึงนำเข้าสู่แดนประหาร โดยทำการฉีดยา เข็มแรกเป็นยานอนหลับ เข็มสอง เป็นยาคลายกล้ามเนื้อ และสุดท้ายเข็มสาม คือ ยาหยุดการเต้นของหัวใจ หลังจากนักโทษสิ้นใจอย่างสงบ แพทย์และคณะกรรมการ จะเข้ามาตรวจสอบร่วมกันเป็นสักขีพยานว่านักโทษเสียชีวิตจริงๆแล้ว จากนั้นนำนักโทษใส่ในโลงเย็นกันเน่า อุณหภูมิ 28 องศาเซลเซียส ตั้งไว้ 12 ชั่วโมง แล้วจึงให้แพทย์ทำการตรวจอีกครั้ง ก่อนจะให้ทางญาติรับไปทำพิธี ขั้นตอนนับตั้งแต่นำนักโทษเข้าสู่ลานประหารใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที วิธีการประหารโดยฉีดยานี้เริ่มใช้กันอย่างแพร่หลาย ทั้งประเทศ สหรัฐอเมริกา  ฟิลิปปินส์ จีน มีต้นทุน 200 บาท

ชีวิตในเรือนจำของผู้ต้องขังซึ่งถูกประหารชีวิตเป็นชีวิตแสนทรมาน เพราะไม่มีโอกาสติดต่อกับโลกภายนอก เปิดให้ผู้ต้องขังออกมาทำกิจกรรมในช่วงเช้าเวลา 07.30 น. – 14.30 น. หลังจากนั้นก็จะปิดแดนและให้นักโทษมาอยู่ในห้องขังเหมือนเดิมจนกว่าจะถึงวันสิ้นสุดของการอยู่บนโลกใบนี้

คุกบางขวางจึงเสมือนสถานที่อันน่ากลัวหดหู่แสนทรมาน เพราะฉะนั้น ควรใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท รวมถึงการใช้ชีวิตโดยไม่เบียดเบียนชีวิตผู้อื่นด้วย ความตายที่รู้วัน รู้เวลา แน่นอน มันช่างเต็มไปด้วยความทรมาน สิ้นหวัง คงไม่มีความรู้สึกไหนจะโหดร้ายไปกว่านี้อีกแล้ว

One Comment